วิตามินซี (Vitamin C) พบได้ในผักผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เสริมสร้างภูมิต้านทาน ต่อต้านอนุมูลอิสระ

วิตามินซี (Vitamin C) พบได้ในผักผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เสริมสร้างภูมิต้านทาน ต่อต้านอนุมูลอิสระ

วิตามินซี (Vitamin C) เป็นวิตามินอีกหนึ่งชนิดที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย พบได้ในผัก ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว และอาหารเสริมประเภทต่างๆ โดยมีคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ต่อต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย และช่วยป้องกันไข้หวัดได้ง่าย อีกทั้งยังมีประโยชน์ช่วยบำรุงผิวให้มีความเปล่งปลั่งกระจ่างใสได้อีกด้วย โดยในแต่ละวันนั้นร่างกายจำเป็นต้องได้รับปริมาณวิตามินซีที่เพียงพอ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้

ประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินมีประโยชน์ด้วยกันหลายด้าน เพราะช่วยให้ร่างกายสามารถปรับสมดุล ซ่อมแซม และฟื้นฟูระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีหน้าที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ ช่วยรักษาสมานแผล และสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว จึงทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส โดยสามารถแยกประโยชน์ที่เห็นได้ชัดจากวิตามินซีเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

1. เสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

เมื่อรับประทานวิตามินซีในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน ร่างกายก็จะได้รับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยจะช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัด และป้องกันการแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายของเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดอาการภูมิแพ้ให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้เรื้อรังได้เป็นอย่างดี

2. บำรุงผิวพรรณ

ภายในวิตามินซี มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เมื่อรับประทานแล้ว ก็จะช่วยบำรุงผิวพรรณจากภายในให้เกิดความเปล่งปลั่งสดใส ผิวมีน้ำมีนวล แลดูสุขภาพดี ผู้ที่เป็นสิว เป็นฝ้า ก็จะพบว่าผิวหน้ากระจ่างใส และเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำ และรอยสิวต่างๆ ให้จางลงได้ด้วย อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว จึงสามารถชะลอรอยเหี่ยวย่นหรือริ้วรอยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

3. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

วิตามินซีมีสารไนโตรซามีน เป็นสารที่ช่วยต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็งภายในร่างกาย จึงสามารถลดอัตราเสี่ยงในเกิดโรคมะเร็งและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่มีความผิดปกติได้

4. ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี

วิตามินซีเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูดซึมธาตุเหล็กของร่างกาย หากมีปริมาณวิตามินซีที่เพียงพอก็จะช่วยให้ประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กเป็นไปได้ดีมากยิ่งขึ้น

5. ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน

คุณสมบัติสำคัญที่เป็นตัวชูโรงของวิตามินซีก็คือ การป้องกันเลือดออกตามไรฟัน เพราะวิตามินซีมีส่วนสำคัญในการป้องกันเลือดออกตามเนื้อเยื่อหลายแห่งของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณเหงือกที่พบว่ามักจะมีเลือดออกบ่อยที่สุด

6. ช่วยให้แผลหายเร็ว

สำหรับคนที่ผ่าตัด หรือมีแผลบริเวณต่างๆ ของร่างกาย การรับประทานวิตามินซีจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น จึงเหมาะสำหรับการบริโภคในผู้ที่เป็นแผลเรื้อรัง หรือแผลอักเสบที่รักษาไม่หาย

7. ทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ

วิตามินซียังช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกกลับมาขับถ่ายได้เป็นปกติ เพราะมีสรรพคุณที่สามารถใช้แทนยาระบายได้

8. ช่วยคลายเครียด

การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งมากขึ้น เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สามารถลดระดับความเครียดลงได้ หากรับประทานติดต่อกัน จะช่วยรักษาภาวะซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี

ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับประทานในแต่ละวัน

วิตามินซีที่แนะนำต่อร่างกายในสภาวะปกติ ควรบริโภคที่ประมาณ 60 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริมได้แนะนำว่า หากต้องการให้วิตามินซีออกฤทธิ์ต่อสุขภาพได้ดีมากที่สุด ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100-200 มิลลิกรัม ส่วนผู้ที่มีความเครียดสูง ควรรับประทานที่ 500 มิลลิกรัมต่อวัน หรือถ้าต้องการรับประทานเพื่อป้องกันโรคต่างๆ เช่น ชะลอความชราภาพ หรือป้องกันโรคมะเร็ง ควรรับประทานอย่างน้อย 250 มิลลิกรัมต่อวัน หรือมากที่สุดไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

หากบริโภควิตามินในปริมาณน้อยกว่าที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ ก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ โดยเฉพาะโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น หากขาดวิตามินซีต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานหลายเดือน หรือหลายปี แต่ในขณะเดียวกันหากร่างกายได้รับวิตามินซีมากเกินไปก็จะไม่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากวิตามินซีสามารถละลายน้ำได้ จึงทำให้ร่างกายจะขับวิตามินซีส่วนเกินออกมาทางปัสสาวะหรืออาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้นั่นเอง

การดูดซึมของวิตามินซี

วิตามินซีจะดูดซึมได้มากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวัน หากรับประทานมากเกินจุดอิ่มตัวก็จะทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้ได้หมด จากปริมาณวิตามินซีที่รับประทานครั้งละ 1,000-1,500 มิลลิกรัม ร่างกายจะดูดซึมไปใช้เพียง 50% เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องบริโภควิตามินซีต่อวันในปริมาณมาก ควรทานให้อยู่ในระดับที่เพียงพอเท่าที่ร่างกายต้องการจะดีที่สุด

วิตามินซีป้องกันหวัดได้จริงหรือไม่?

จากการวิจัยพบว่า การรับประทานวิตามินซีติดต่อกันหลายวัน ในผู้ที่เป็นหวัด วิตามินซีจะไม่สามารถรักษาไข้หวัดได้หายขาด แต่สามารถลดความรุนแรงที่เกิดจากอาการของหวัดได้ โดยผู้ที่ต้องการรับประทานวิตามินซีเพื่อลดความรุนแรงของหวัดนั้น ควรรับประทานในปริมาณ 1-3 กรัมต่อวัน และถ้าจะให้ดี แนะนำให้รับประทานตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ควรรอให้เป็นหวัดแล้วค่อยมารับประทาน

วิตามินซี เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะในเรื่องของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายและบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง หากเกิดอาการข้างเคียงจากการรับประทาน เช่น ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย ไม่สบายท้อง ควรหยุดรับประทานทันที และปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการทานที่เหมาะสม

ร่วมแสดงความคิดเห็น